เมนู

การจัดกลุ่มภูมิภาคกับระดับตลาด: ทำไมไม่ควรใช้ปนกัน

การจัดกลุ่มภูมิภาคเป็นข้อตกลงที่คนกำหนดขึ้น ส่วนระดับตลาดเป็นดุลยพินิจทางธุรกิจ บทความนี้อธิบายวิธีแยกสองแนวคิดนี้ออกจากกันในข้อมูล

เผยแพร่เมื่อ

  • การจัดกลุ่ม
  • ระดับตลาด

การจัดกลุ่มภูมิภาคกับระดับตลาดเป็นสองสิ่งที่ถูกใช้แทนกันบ่อยที่สุดในการทำงานกับข้อมูลประเทศ ทั้งที่คำตอบของคำถามสองข้อนี้มาจากคนละที่ คำถามแรกถามว่าเราจะจัดเรียงประเทศอย่างไรเพื่อให้อ่านง่าย คำถามที่สองถามว่าเราจะลงทุนกับประเทศใดก่อน ความสับสนระหว่างสองเรื่องนี้ทำให้ข้อมูลประเทศกลายเป็นที่เก็บดุลยพินิจทางธุรกิจปนกับข้อเท็จจริงทางภูมิศาสตร์

การจัดกลุ่มภูมิภาคใช้อะไรเป็นเกณฑ์?

เกณฑ์ที่นิ่งที่สุดคือเกณฑ์ทางภูมิศาสตร์ เพราะพื้นที่ไม่ค่อยเปลี่ยนตามกลยุทธ์ของบริษัท การใช้เกณฑ์นี้ทำให้ตัวเลขย้อนหลังเทียบกันได้ข้ามปี และทำให้คนที่เข้ามาใหม่เข้าใจโครงสร้างได้โดยไม่ต้องอ่านบันทึกการประชุม

แต่เกณฑ์ทางภูมิศาสตร์ก็ไม่ใช่คำตอบเดียว ยังมีเกณฑ์เรื่องความใกล้ชิดทางภาษา เกณฑ์เรื่องเขตเวลา และเกณฑ์เรื่องเส้นทางขนส่ง ซึ่งแต่ละแบบให้การจัดกลุ่มที่ต่างกัน และล้วนมีเหตุผลของตัวเอง

สิ่งที่ทำให้สับสนคือกลุ่มที่มีชื่อคล้ายกันแต่ขอบเขตต่างกัน กลุ่มที่ตั้งชื่อตามทวีปไม่จำเป็นต้องตรงกับกลุ่มที่ตั้งชื่อตามภูมิภาคย่อย และไม่มีคำตอบว่าแบบใดถูกต้อง สิ่งที่ต้องมีคือคำจำกัดความที่เขียนไว้ชัดเจนพอให้คนอื่นทำตามได้

ทวีป ภูมิภาคย่อย และรหัสกลุ่มในมาตรฐานสากล

มาตรฐานสากลมีการกำหนดรหัสสำหรับภูมิภาคและภูมิภาคย่อยไว้ใช้ในงานสถิติ รหัสเหล่านี้มีข้อดีคือมีนิยามที่เผยแพร่และอ้างอิงได้ จึงเหมาะกับการทำรายงานที่ต้องเทียบกันระหว่างองค์กร

ข้อควรระวังคือรหัสในมาตรฐานสากลถูกออกแบบมาเพื่อการรวบรวมสถิติ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจ การนำรหัสกลุ่มไปใช้เป็นตัวตัดสินว่าจะเปิดให้บริการประเทศใดจึงเป็นการใช้ผิดวัตถุประสงค์

อีกจุดที่ต้องระวังคือรหัสของกลุ่มไม่ใช่รหัสของประเทศ ทั้งสองอยู่ในระบบเดียวกันได้แต่ต้องเก็บแยกกัน การนำรหัสกลุ่มไปใส่ในช่องที่ระบบอื่นคาดว่าจะได้รหัสประเทศจะทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลล้มเหลวอย่างเงียบ ๆ

ประเด็นเรื่องรหัสประเทศและรหัสเขตการปกครองมีรายละเอียดอยู่ในบทความรหัสประเทศและรหัสเขตการปกครอง

ระดับตลาดกับระดับการรองรับรูปแบบเป็นคนละเรื่อง

ระดับตลาดตอบคำถามว่าเราจะให้ความสำคัญกับประเทศใดก่อน ส่วนระดับการรองรับรูปแบบตอบคำถามว่าเรามีข้อมูลของประเทศนั้นครบแค่ไหน สองคำถามนี้ตอบแยกกันได้ทั้งหมด

ประเทศที่ไม่มีแผนจะให้บริการอาจมีข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะข้อมูลนั้นสามารถรวบรวมได้โดยไม่ต้องเปิดให้บริการ ในทางกลับกัน ประเทศที่เป็นตลาดหลักอาจมีข้อมูลบางส่วนที่ยังใช้ไม่ได้กับทุกกรณี

การรวมสองเรื่องไว้ในช่องเดียวทำให้เกิดปัญหาสองแบบ แบบแรกคือทีมข้อมูลเข้าใจว่าประเทศที่ถูกจัดเป็นระดับสูงต้องมีข้อมูลครบ ซึ่งไม่จริง แบบที่สองคือทีมธุรกิจเข้าใจว่าประเทศที่มีข้อมูลครบคือประเทศที่พร้อมเปิดให้บริการ ซึ่งก็ไม่จริงเช่นกัน

ผลที่ควรเป็นคือเก็บสองค่าไว้แยกกัน แล้วให้ระบบที่ต้องใช้ทั้งสองค่ามีที่รวมกันอย่างชัดเจน แทนที่จะยัดสองความหมายลงในช่องเดียว

เขตปกครองพิเศษและจังหวัดโพ้นทะเลควรอยู่ในกลุ่มใด?

นี่คือกลุ่มที่ทำให้การจัดกลุ่มพังบ่อยที่สุด เพราะเขตปกครองพิเศษมีสถานะที่อยู่ระหว่างกลาง ไม่ได้เป็นประเทศอิสระเต็มตัว แต่ก็ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศแม่ในทุกด้าน

ทางออกที่ใช้ได้จริงคือเขียนหลักเกณฑ์การจัดกลุ่มให้ชัดตั้งแต่ก่อนเจอกรณี ซึ่งมักใช้หลักใดหลักหนึ่งจากสามหลัก คือหลักพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ หลักหน่วยเงินที่ใช้ หรือหลักระบบกฎหมายที่ใช้

ไม่ว่าจะเลือกหลักใด สิ่งที่ต้องมีคือบันทึกว่าเหตุใดจึงจัดไว้เช่นนั้น เพื่อให้คนที่เห็นต่างสามารถอ้างอิงและเสนอแก้ได้ ดีกว่าการปล่อยให้การจัดกลุ่มขึ้นอยู่กับความจำของคนใดคนหนึ่ง

ในข้อมูลทดสอบ ควรมีกรณีเหล่านี้อยู่เสมอ เพราะเป็นกรณีที่ระบบมักมีตรรกะพิเศษซ่อนอยู่ และเป็นจุดที่ตรวจพบข้อผิดพลาดได้เร็วที่สุด

ระดับตลาดเปลี่ยนได้บ่อยแค่ไหน?

ระดับตลาดเปลี่ยนได้บ่อยกว่าที่ทีมข้อมูลคาด เพราะขึ้นอยู่กับแผนธุรกิจ กฎเกณฑ์การให้บริการ และความพร้อมของคู่ค้าในแต่ละช่วงเวลา การเปลี่ยนเหล่านี้อาจเกิดถี่กว่าการเปลี่ยนข้อมูลภูมิศาสตร์มาก

ผลที่ตามมาคือการเก็บระดับตลาดไว้ในโค้ดจะทำให้ทุกการเปลี่ยนแผนต้องแก้โค้ดและปล่อยเวอร์ชันใหม่ ซึ่งช้ากว่าที่ธุรกิจต้องการและเสี่ยงต่อความผิดพลาด

ทางเลือกที่ยั่งยืนกว่าคือเก็บระดับตลาดเป็นข้อมูลที่แก้ได้ และเก็บประวัติการเปลี่ยนไว้ด้วย เพื่อให้ตอบได้ว่าการตัดสินใจในอดีตอ้างอิงจากระดับตลาดแบบใด

ในทางกลับกัน เกณฑ์ทางภูมิศาสตร์ไม่ควรถูกแก้บ่อย เพราะการแก้จะกระทบรายงานย้อนหลังจำนวนมาก การแยกสองส่วนนี้ออกจากกันจึงช่วยให้แก้ส่วนที่ต้องแก้ได้โดยไม่กระเทือนส่วนที่ไม่ควรแตะ

กลุ่มที่มีอยู่ต้องตรวจสอบได้อย่างไร?

วิธีตรวจที่ได้ผลที่สุดคือการทดสอบว่าไม่มีประเทศใดหายไปจากทุกกลุ่ม และไม่มีประเทศใดอยู่ในกลุ่มมากกว่าหนึ่งกลุ่มพร้อมกันในฐานะสมาชิกหลัก ข้อผิดพลาดทั้งสองแบบนี้เกิดจากการดูแลรายการด้วยมือ

อีกวิธีคือตรวจว่าทุกกลุ่มมีสมาชิกอย่างน้อยหนึ่งราย ซึ่งจะจับกรณีที่กลุ่มถูกประกาศไว้แต่ถูกล้างสมาชิกออกทั้งหมดโดยไม่มีใครสังเกต

การตรวจสอบควรทำเป็นงานประจำที่รันได้ทุกครั้งที่ข้อมูลเปลี่ยน ไม่ใช่การตรวจด้วยตาเมื่อมีคนสงสัย เพราะงานที่รันได้จะให้ผลเหมือนกันทุกครั้ง ส่วนการตรวจด้วยตาจะได้ผลตามความสนใจของคนตรวจ

กลุ่มที่ตรวจ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย วิธีจับ
ประเทศที่ไม่มีในกลุ่มใด ตกหล่นจากการดูแลด้วยมือ เทียบจำนวนสมาชิกรวมกับรายการประเทศ
ประเทศที่อยู่หลายกลุ่ม ถูกเพิ่มซ้ำโดยไม่ตั้งใจ ตรวจว่าสมาชิกหลักมีเพียงกลุ่มเดียว
กลุ่มที่ว่างเปล่า ถูกล้างสมาชิกโดยไม่มีใครสังเกต ตรวจว่าทุกกลุ่มมีสมาชิกอย่างน้อยหนึ่งราย
กลุ่มที่ตั้งชื่อซ้ำความหมาย เพิ่มกลุ่มใหม่ทับของเดิม ตรวจรายการคีย์ของกลุ่มทั้งหมด

และเมื่อกลุ่มถูกนำไปใช้ตัดสินว่าเอกสารใดต้องใช้ข้อมูลของฝ่ายใด การอ้างอิงผิดกลุ่มจะกลายเป็นปัญหาในงานเอกสารระหว่างประเทศ ซึ่งมีตัวอย่างประกอบในบทความสถานการณ์ที่อยู่ข้ามพรมแดน

สำหรับนักพัฒนา: อย่าฝังคีย์กลุ่มไว้ในโค้ด

ข้อแรกคือเก็บคีย์ของกลุ่มไว้ในข้อมูล ไม่ใช่ในเงื่อนไขของโค้ด เพราะเมื่อมีการเพิ่มหรือรวมกลุ่ม ทีมต้องแก้ที่เดียว ไม่ใช่ตามหาทุกที่ที่มีการอ้างถึง

ข้อที่สองคือให้ผลลัพธ์ที่ผูกกับกลุ่มเป็นผลลัพธ์ที่คำนวณได้ ไม่ใช่ค่าที่พิมพ์ไว้ตายตัว เพราะเมื่อสมาชิกของกลุ่มเปลี่ยน ผลลัพธ์ควรเปลี่ยนตามโดยอัตโนมัติ

ข้อที่สามคือเก็บทั้งรหัสและชื่อที่แสดงของกลุ่ม ชื่อที่แสดงควรเปลี่ยนตามภาษาได้ ส่วนรหัสต้องคงที่เพื่อให้ข้อมูลย้อนหลังยังเทียบกันได้

ข้อที่สี่คือทดสอบกรณีที่กลุ่มว่างเปล่าและกรณีที่ประเทศถูกย้ายกลุ่ม เพราะทั้งสองกรณีเป็นจุดที่หน้าจอและรายงานมักพังแบบเงียบ ๆ

ควรลงมือตรงไหนก่อน

เริ่มจากการเปิดรายการกลุ่มที่ทีมใช้อยู่ แล้วถามว่ากลุ่มใดมีเกณฑ์การจัดที่ไม่ชัดเจน ถ้ามี ให้เขียนเกณฑ์นั้นลงไปก่อน แล้วจึงตรวจว่าสมาชิกปัจจุบันสอดคล้องกับเกณฑ์ที่เขียนไว้

ถ้าต้องการดูว่าประเทศและภูมิภาคถูกจัดเรียงไว้อย่างไร หน้าประเทศและภูมิภาคบนเว็บไซต์นี้จัดกลุ่มรายการตามภูมิภาคและแสดงข้อมูลของแต่ละประเทศในตารางเดียว และถ้าต้องการทำความเข้าใจว่าชุดประเทศถูกเลือกมาอย่างไรตั้งแต่แรก อ่านได้ในบทความวิธีเลือกประเทศ สำหรับข้อมูลทดสอบ

ชื่อกลุ่ม ระดับชั้น และหลักเกณฑ์ที่ยกมาในบทความนี้เป็นแบบอย่างเชิงสาธิตที่ผู้เขียนกำหนดขึ้นเอง ไม่ได้สะท้อนการแบ่งกลุ่มตลาดขององค์กรใดที่มีอยู่จริง

อ่านต่อ

บทความเกี่ยวกับ รูปแบบที่อยู่และข้อมูลตัวตนตามประเทศ

บทความเกี่ยวกับ รูปแบบที่อยู่และข้อมูลตัวตนตามประเทศ

รายการนี้แสดงเฉพาะบทความในหัวข้อของหน้านี้